<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ว่างจัด &#039;เด็กปชป.&#039; ชน &#039;บิ๊กไทยภักดี&#039; หาดึงสถาบันมายุ่งเกี่ยวการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63 - นายเชาว์ มีขวด&amp;nbsp;อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความบนเฟสซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภักดีจริง ต้องไม่ดึงสถาบันมายุ่งเกี่ยวการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอ่านข่าวนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในเชิงยั่วยุ เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะทำให้ประชาชน 16 ล้านคนที่ลงประชามติ เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ ลุกขึ้นมาต่อต้าน แล้วไม่สบายใจ เพราะนอกจากมีการอ้างประชาชนแบบพร่ำเพรื่อแล้ว ยังดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มายุ่งเกี่ยวด้วย ในขณะนี้ ผมคิดว่าทั้ง 2 ขั้วขัดแย้ง ต่างก็กระทำในสิ่งที่ไม่บังควร ฝ่ายหนึ่งพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่สังคมไทยเคารพยกขึ้นเหนือหัว ขณะที่อีกฝ่าย หน้ามืดตามัว ไม่แยกแยะประเด็นเหมารวมทุกอย่าง โดยใช้สถาบันมาเป็นที่แอบอิง จนแทบดูไม่ออกแล้วว่า ใช้อำนาจเพื่อรักษาสถาบัน หรือกำลังอ้างสถาบันมารักษาอำนาจตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วรงค์ บอกว่าให้ยกตัวอย่างรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหา ตนก็ขอยกให้เห็นชัดๆ คือ การต่อท่ออำนาจให้ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรีได้ เป็นจุดที่ทำให้อีกฝ่าย ใช้เป็นประเด็นในการเคลื่อนไหว จนเกิดความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตนคิดว่าแทนที่จะเอา 16 ล้านเสียงมาขู่ เราควรใช้วิธีกลับไปหาประชาชนอีกครั้ง เพราะรัฐธรรมนูญใช้มาแล้ว 3 ปีกว่า เห็นข้อบกพร่อง และปัญหาในทางปฏิบัติหลายเรื่อง จึงควรกลับไปถามประชาชนอีกครั้งว่า จะให้แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าแก้จะแก้เฉพาะมาตราหรือให้มี ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ นี่คือหนทางที่เคารพประชาชน ที่ลงประชามติก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ก็ใช้เสียงของประชาชน มายุติ ข้อพิพาททางการเมือง ไม่ให้บานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง ขอย้ำคำพูดเดิมที่เคยพูดไว้ว่า เราไม่จำเป็นต้องรักกัน ไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันในทุกเรื่อง แต่ต้องเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน บนความหลากหลายทางความคิด และใช้วิจารณญาณตัดสิน เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ด้วยหลักเหตุผลบนความถูกต้องไม่ใช่ความถูกใจ นี่คือสิ่งที่ทุกคนในสังคมไทย ต้องช่วยกันรั้งสติตัวเองเพื่อนำพาชาติเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ประเทศไทยเสมือนอยู่ ระหว่างเขาควายที่กำลังจะขวิดกัน ฝ่ายหนึ่งเกาะเกี่ยวอยู่กับขั้วอำนาจ ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการล้มอำนาจเดิมเพื่อสถาปนาอำนาจใหม่ โดยมีตัวเองเป็นผู้ถืออำนาจ หากปล่อยให้ความขัดแย้ง 2 ฝ่ายลุกลามบานปลายไปเรื่อยๆ ความเสียหายจะเกิดขึ้นเหมือนอดีต และจะเป็นเงื่อนไขในการทำรัฐประหารอีกรอบ พวกที่เรียกร้องอยากเปลี่ยนแปลงให้จบที่รุ่นเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ต้องถามตัวเองด้วยว่าเคลื่อนไหวแบบนี้มองไม่เห็นปลายทางหรือว่าจะเกิดอะไร เว้นแต่ต้องการเหยียบกองเลือดขึ้นเถลิงอำนาจ ส่วนผู้ที่ถืออำนาจในปัจจุบัน ก็ต้องระมัดระวังอย่าสร้างประเด็นที่ทำให้เกิดการยั่วยุจนเกิดชนวนเหตุเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว หยุดตั้งสติกันสักนิด เปิดพื้นที่ตรงกลางเพื่อให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช่ปลุกระดมให้เกิดการฆ่าฟันกันเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75232</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, เชาว์ มีขวด อ, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a4108cb408.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
